วันอังคารที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2551
วันศุกร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2551
เรียนในวันที่ 17 มิถุนายน 2008
CIDR table class A,B,C
class | network ID / Host ID | subnet mask | network address |
A | 8 / 24 | 255.0.0.0 | 1.0.0.0 - 127.255.255.255 |
B | 16 / 16 | 255.255.0.0 | 128.0.0.0 - 191.255.255.255 |
C | 24 / 8 | 255.255.225.0 | 192.0.0.0 - 223.255.255.255 |
ข้อสอบเขียน (พร้อมเฉลย)
จงแสดงวิธีทำที่ถูกต้อง
1. จงแสดงตารางCIDR table class Aมาหนึ่งค่า
CLASS A
N.H.H.H 11111111.11110000.00000000.00000000
Mark = 4
subnet mask = 255.240.0.0
subnet 2^4=16-2 =14
host = 2^20=1048576-2 =1048574
subnet *host = 14680036
mark | subnet mask | subnet | host | subnet *host |
4 | 255.240.0.0 | 2 | 1048574 | 14680036 |
2. จงแสดงตารางCIDR table class B มาหนึ่งค่า
Class B
N.N.H.H 11111111.11111111.10000000.00000000
Mark =2
subnet mask =255.255.192.0
subnet =2^2=4-2=2
host =2^14=16384-2=16382
subnet *host = 32764
mark | subnet mask | subnet | host | subnet*host |
2 | 255.255.192.0 | 2 | 16382 | 32764 |
3. จงแสดงตารางCIDR table class C มาหนึ่งค่า
N.N.N.H 11111111.11111111.11111111.11100000
mark = 3
subnet mask =255.255.255.224
subnet =2^3=8-2=6
host =2^5=32-2=30
subnet *host =180
mark | subnet mask | subnet | host | subnet *host |
3 | 255.255.255.224 | 6 | 30 | 180 |
หมายเหตุ 1111 เป็นตัวที่ Mask
จากข้อ 4-6 บอกหมายเลข Subnet Mask และ บอกจำนวน Host CIDR
4. /22
11111111.11111111.11111100.00000000
/22 (128+64+32+16+8+4)= 252
ubnet Mask = 255.255.252.0
Host = 2^10 = 1024 -2 = 1022 Host
5. /18
11111111.11111111.11000000.00000000
/18(128+64)= 192
Subnet Mask= 255.255.192.0
Host = 2^14 = 16576 – 2 = 16574 Host
6. /27
11111111.11111111.11111111.11100000
/27 (128+64+32)= 224
Subnet Mask= 255.255.255.224
Host= 2^5 = 32-2 = 30 Host
7. Subnet คืออะไร
.........................................................................
.........................................................................
ตอบ ระบบเครือข่ายย่อย เป็นการแบ่งระบบเครือข่ายใหญ่ให้เป็นระบบย่อย ๆ
ซึ่งในทางเทคนิคสามารถทำได้โดยการนำ หมายเลข IP Address มาทำ Subnet
8. Class B Subnet mask เป็นเท่าไร
.........................................................................
........................................................................
ตอบ Class B Subnet mask 255.255.0.0
9. Class C หมายถึง Subnet mask เป็น 255.255.255.0
และแจก IP จริงในองค์กรได้สูงสุดเท่าใด
.......................................................................
.......................................................................
ตอบ Class C แจก IP จริงในองค์กรได้สูงสุด 254
10. Class A Subnet mask เป็นเท่าใด และแจก IP จริงในองค์กรได้สูงสุด 16,777,214
.......................................................................
.......................................................................
ตอบ Class A Subnet mask เป็น 255.0.0.0 และแจก IP จริงในองค์กรได้สูงสุด 16,777,214
2. ออกข้อสอบกา (พร้อมเฉลย) 10
1. CIDR มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าอะไร
ก. Super net *
ข. Hi speed internet
ค. Internet Explore
ง. ถูกทั้ง ก และ ข
2.CIDR ย่อมาจารอะไร
ก. Clasless Internet-Domain Routing
ข. Classless Internet-Domain Routing
ค. Clasless Inter-Domain Routing
งClassless Inter-Domain Routing *
3.CIDR network address จะมีลักษณะ 192.30.280.00/18 ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุด
ก. 192.30.280.00 เป็น network address
ข. 18 เป็นการบอกว่า 18 เป็นส่วนของ network ใน address
ค. ไม่มีข้อใดถูก
ง.ถูกทั้ง ก และ ข *
4.ข้อใดคือ Subnet Mask ของ IP address 45 . 23 . 21 . 8
ก. 255 . 255 . 0 . 0*
ข. 255 . 255 . 255 . 0
ค. 255 . 192 . 0 . 0
ง. 255 . 255 . 255 . 240
5.Subnet Mask ของ Length (CIDR) /7 คือข้อใด
ก. 252.0.0.0
ข. 253.0.0.0
ค. 254.0.0.0*
ง. 255.0.0.0
6.Subnet Mask = 255. 255. 255. 240 แปลงเป็นเลขฐานสองได้ข้อใด
ก. 11000110 00111100 01000110 01010001
ข. 11111111 11111111 11111100 00000000
ค. 11111111 11111111 11000000 00000000
ง. 11111111 11111111 11111111 11100000*
7.Subnet Mask ของ Length (CIDR) /7 คือข้อใด
ก. 248.0.0.0
ข. 252.0.0.0
ค. 254.0.0.0*
ง. 255.0.0.0
8.หมายเลข Host มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าอะไร
ก. Prefix
ข. Suffix *
ค. Perfix
ง. ถูกทั้งข้อ ก และ ค
9. N.H.H.H คือข้อใดในเลขฐาน 2
ก. 11111111.00000000.00000000.00000000 *
ข. 11111111.11110000.00000000.00000000
ค. 11111111.11111100.00000000.00000000
ง. 11111111.00000000.00000000.00000000
10. 11111111.11111111.11111111.00000000 ตรงกับข้อใด
ก. N.N.N.H *
ข. N.N.H.H
ค. N.H.N.H
ง. N.N.H.N
หมายเหตุ สัญญาลักษณ์ *อยู่หลังข้อใดข้อนั้นเป็นคำตอบที่ถูกต้อง
วันจันทร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2551
ชุดแก้ไข เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2008 ครับ
ระบบสื่อสารโทรคมนาคมสามารถจำแนกออกเป็นส่วนประกอบได้ดังต่อไปนี้
ผู้ส่งข่าวสารหรือแหล่งกำเนิดข่าวสาร
อาจจะเป็นสัญญาณต่าง ๆ เช่น สัญญาณภาพข้อมูล และเสียงเป็นต้นclassหรือจุดหมายปลายทางของข่าวสาร
3. ช่องสัญญาณ (channel) ในที่นี้อาจจะหมายถึงสื่อกลางหรือตัวกลางที่ข่าวสารเดินทางผ่าน อาจจะเป็นอากาศ สายนำสัญญาณต่างๆหรือแม้กระทั่งของเหลว เช่น น้ำ น้ำมัน เป็นต้น
4. การเข้ารหัส (encoding) เป็นการช่วยให้ผู้ส่งข่าวสารและผู้รับข่าวสารมีความเข้าใจตรงกันในการสื่อความหมาย การเข้ารหัสจึงหมายถึงการแปลงข่าวสารให้อยู่ในรูปพลังงาน ที่พร้อมจะส่งไปในสื่อกลาง ทางผู้ส่งมีความเข้าใจต้องตรงกันระหว่าง
5. การถอดรหัส (decoding) หมายถึงการที่ผู้รับข่าวสารแปลงพลังงานจากสื่อกลางให้กลับไปอยู่ในรูปข่าวสารที่ส่งมาจากผู้ส่งข่าวสาร โดยมีความเข้าในหรือรหัสตรงกัน
6. สัญญาณรบกวน (noise) เป็นสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติ มักจะลดทอนหรือรบกวนระบบ อาจจะเกิดขึ้น ต้องมีตัวกรองสัญญาณแต่ต้นทาง เพื่อให้การสื่อสารมีคุณภาพดียิ่งขึ้นแล้วค่อยดำเนินการ เช่น การเข้ารหัสแหล่งข้อมูล เป็นต้น class
ชนิดของสัญญาณ ในการส่งข้อมูลเพื่อทำการติดต่อสื่อสารระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ จะต้องแปลงข้อมูลที่ต้องการให้อยู่ในรูปแบบ “สัญญาณ (Signal)” เพื่อให้สามารถส่งไปในตัวกลางที่เป็นช่องทางการสื่อสารได้ โดยสามารถแบ่งสัญญาณที่ใช้ในการสื่อสารได้เป็น 2 ชนิดคือ
สัญญาณอนาล็อก (Analog Signal)
สัญญาณอนาล็อก คือ สัญญาณที่อยู่ในรูปแบบของคลื่น ที่มีความต่อเนื่องกัน มีการเปลี่ยนแปลงระดับของสัญญาณขึ้น – ลงตามขนาดของสัญญาณ และมีความถี่ ที่เรียกว่า Hertz (Hz) ตัวอย่างของสัญญาณอนาล็อก เช่น เสียงพูด (Voice) กระแสไฟฟ้าสลับ เป็นต้น
สัญญาณดิจิตอล (Digital Signal)
สัญญาณดิจิตอล หรือเรียกว่า “สัญญาณพัลซ์ (Pulse Signal)” คือ สัญญาณที่มีระดับของสัญญาณเพียง 2 ระดับ คือ สูงและต่ำ การเปลี่ยนระดับสัญญาณจะไม่มีความต่อเนื่องกัน โดยปกติแล้วระดับสูงจะแทนด้วยตัวเลข 1 และระดับต่ำจะแทนด้วยตัวเลข 0
การส่งสัญญาณข้อมูลการส่งสัญญาณข้อมูล หมายถึง การส่งข้อมูลจากเครื่องส่งหรือผู้ส่ง ผ่านสื่อกลางไปยังเครื่องรับหรือผู้รับ สัญญาณที่ส่งก็ได้แก่ สัญญาณคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า สัญญาณเสียง หรือแสงก็ได้
โปรโตคอล (Protocol)
คือ ระเบียบวิธีการ กฏ และข้อกำหนดต่าง ๆ ในการติดต่อสื่อสาร รวมถึงมาตรฐานที่ใช้เพื่อให้สามารถส่งข้อมูลไปยังปลายทางได้อย่างถูกต้อง
รูปแบบของการส่งสัญญาณข้อมูล
1. แบบทิศทางเดียวหรือซิมเพล็กซ์ (One – way หรือ Simplex) คือข้อมูลถูกส่งไปในทางเดียว เช่น สถานีวิทยุกระจ่ายเสียง การแพร่ภาพทางโทรทัศน์
2. แบบกึ่งทางคู่หรือครึ่งดูเพล็กซ์ (Half – Duplex) เป็นการส่งข้อมูลแบบสลับการส่งและรับข้อมูลไปมา จะทำในเวลาเดียวกันไม่ได้ เช่น การใช้วิทยุสื่อสาร คือจะต้องสลับกันพูด เพราะจะต้องกดปุ่มก่อนแล้วจึงจะสามารถพูดได้
3. แบบทางคู่หรือดูเพล็กซ์เต็ม (Full – Duplex) เป็นการส่งข้อมูลแบบที่สามารถส่ง และรับข้อมูลได้พร้อมกันในเวลาเดียวกัน เช่น การพูดโทรศัพท์
วัตถุประสงค์หลักของการนำการสื่อการข้อมูลมาประยุกต์ใช้ในองค์การประกอบด้วย
1. เพื่อรับข้อมูลและสารสนเทศจากแหล่งกำเนิดข้อมูล
2. เพื่อส่งและกระจายข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว
3. เพื่อลดเวลาการทำงาน
4. เพื่อการประหยัดค่าใช้จ่ายในการส่งข่าวสาร
5. เพื่อช่วยขยายการดำเนินการองค์การ
6. เพื่อช่วยปรับปรุงการบริหารขององค์การ
ประโยชน์ของการสื่อสารข้อมูล 1) การจัดเก็บข้อมูลได้ง่ายและสื่อสารได้รวดเร็ว
2) ความถูกต้องของข้อมูล
3) ความเร็วของการทำงาน
4) ต้นทุนประหยัด
Address คืออะไร การแบ่งขนาดของเครือข่าย เราสามารถแบ่งขนาดของการแจกจ่าย Network Address ได้ 3 ขนาดคือ เครือข่าย Class A สามารถแจกจ่าย IP Address ได้มากที่สุดถึง 16 ล้านหมายเลข
2. Class B nnn.nnn.ccc.ccc (nnn ชุดแรก ตัวเลขอยู่ระหว่าง 128-191) เครือข่าย Class A สามารถแจกจ่าย IP Address ได้มากเป็นอันดับสอง คือ 65,000 หมายเลข
3. Class c nnn.nnn.nnn.ccc (nnn ชุดแรก ตัวเลขอยู่ระหว่าง 192-233) เครือข่าย Class A สามารถแจกจ่าย IP Address ได้น้อยที่สุด คือ 256 หมายเลข
nnn หมายถึง Network Address ccc หมายถึง Computer Address หมายเลขต้องห้าม เนื่องจากเครือข่ายก็อาจจำเป็นต้องใช้ IP Address ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีการจำกัดบางหมายเลขเพื่อใช้เป็นการภายใน ได้แก่
1. Class A ตั้งแต่ 10.xxx.xxx.xxx
2. Class B ตั้งแต่ 172.16.xxx.xxx ถึง 172.31.xxx.xxx
3. Class C ตั้งแต่ 192.168.0.xxx ถึง 192.168.255.xxx
สำหรับภายในองค์กร ก็มีหมายเลขต้องห้ามเช่นกัน ได้แก่
1. 127.xxx.xxx.xxx หมายเลขนี้ใช้สื่อสารกับตัวเอง
2. 0.0.0.0
แปลง IP –209.123.226.168
11010001.01111011.11100010.10101000
Class C
–198.60.70.81 11000110.00111100.01000110.01010001
Class C
•CIDR -บอกหมายเลข Subnet Mask -บอกจำนวน Host CIDR ที่ให้คือ /22
11111111.11111111.11111100.00000000
/22 (128+64+32+16+8+4)= 252
Subnet Mask = 255.255.252.0
Host = 2^10 = 1024 -2 = 1022 Host /18
11111111.11111111.11000000.00000000
/18(128+64)= 192
Subnet Mask= 255.255.192.0 Host = 2^14 = 16576 – 2 = 16574 Host /27
11111111.11111111.11111111.11100000
/27 (128+64+32)= 224
Subnet Mask= 255.255.255.224 Host= 2^5 = 32-2 = 30 Host ข้อสอบ ID ADDRESS 5 ข้อ
1. หมายเลขที่ใช้กำหนดให้กับ คอมพิวเตอร์ และ อุปกรณ์เน็ตเวิร์คหมายถึงข้อใด
ก. Id addraes ข. Id address * ค. Id addrass
2. IP Address คลาส A จะมี Network Address ได้จำนวน กี่ Address
ก. 126 Address* ข.127 Address ค.128 Address
3. IP Address แบ่งออกเป็นกี่ระดับ
ก. 3 ระดับ ข4.ระดับ ค. 5 ระดับ *
4. IP Address จะอยู่ในชั้นที่เท่าใด ของ OSI 7 Layers หรือชั้นที่เรียกว่า Network Layer.
ก. 1 Layer ข. 2 Layer ค. 3 Layer *
5. Address จริงๆแล้วจะเขียนอยู่ในรูปของเลขฐานสองกี่บิต
ก. 16 บิต ข. 32 บิต * ค. 64 บิต
ข้อสอบเรื่อง CIDR 5 ข้อ
1. 22 บอกหมายเลข Subnet Mask
ก.255.255.252.0 *
ข. 255.255.253.0
ค. 255.255.254.0
2. /18บอกจำนวน Host
ก. 30 Host *
ข. 31 Host
ค. 32 Host
3. 27บอกหมายเลข Subnet Mask
ก.255.255.255.222
ข. 255.255.255.223
ค. 255.255.255.224*
4. 20บอกจำนวน Host
ก. 4094 Host * ข.4084 Host ค. 4074 Host
5. ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการแปลงเลขฐาน 2 ของ CIDR /27
ก. 11111111.11111111.11111111.11100000 *
ข. 11111111.11111111.11111111.11100000
ค. 11111111.11111111.11111111.10000000
หมายเหตุ เครื่องหมาย * อยู่หลังข้อนั้นถูกต้อง
วันอังคารที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2551
ส่ง เรียน วันที่ 11 มิถุนายน 2008
11111111.11111111. 11110000.00000000
/ 20 ( 128 +64+32+16 = 240
หมายเลข Subnet Mask = 255.255.240.0
Host = 2^12 =4096 - 2 = 4094 Host
ส่งการแปลง class ID เป็นไบนารี เลขฐานสิบ
202 . 29 . 57 . 2
ตอบ อยู่ใน Class C
รายชื่อเพื่อนห้อง 1
ส่งข้อสอบ OSI Model
ก. การติดต่อทางอินเตอร์เน็ท
ข. การขนส่ง
*ค. การติดต่อสื่อสาร
ง. ถูกทุกข้อ
2. OSI Modle มีการแบ่งรูปแบบของโมเดลออกเป็นกี่ Layer ?
*ก. 7 Layer ข. 6 Layer ค. 5 Layer ง. 4 Layer
3. Session Layer ทำหน้าที่อะไร
* ก. ให้อุปกรณ์หรือapplication 2 เชื่อมต่อกัน ข. รวมข้อมูลเข้าด้วยกันเป็นชุด
ค. ให้อุปกรณ์ที่จะแชร์การใช้งานกัน ง. ผิดทุกข้อ
4. Layer.ใด มีหน้าที่หลักในการแบ่งข้อมูลใน Layer บนให้พอเหมาะกับการจัดส่งไปใน Layer ล่าง
ก. Application Layer *ข. Transport Layer ค. Data Link Layer ง. ถุกทั้ง ก และ ข
5. แต่ละชั้นของแบบการสื่อสารข้อมูลเรียกว่าอะไร
ก.OSI ข. Box * ค. Layer ง. ถูกทุกข้อ
หมายเหตุ ( * คำตอบที่ถุกต้อง )